ยาต้าน HIV แบบวันละเม็ด: Acriptega ตัวยา และข้อควรรู้
ยาต้าน HIV แบบวันละเม็ดคืออะไร และต้องรู้อะไรก่อนใช้
โดยทีม Rx Route7 ต.ค. 2569อ่าน 5 นาที
สรุปสั้น · อ่านแค่นี้ก็พอ
- ยาสูตรผสมวันละเม็ดรวมตัวยาต้านไวรัสหลายชนิดไว้ในเม็ดเดียว
- Acriptega ตามเอกสารกำกับยา มี lamivudine, tenofovir disoproxil fumarate และ dolutegravir
- ต้องใช้ทุกวัน และห้ามหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
- ยานี้ไม่ทำให้หายจากเอชไอวี การแพร่เชื้อให้ดูผลตรวจปริมาณไวรัสกับแพทย์
ยาต้าน HIV แบบวันละเม็ดคืออะไร
คือยาสูตรผสม (fixed-dose combination) ที่รวมยาต้านไวรัสหลายตัวไว้ในเม็ดเดียว การรักษา HIV ใช้ยามากกว่าหนึ่งตัวร่วมกัน การรวมเป็นเม็ดเดียวช่วยให้รับประทานง่ายขึ้น
องค์การอนามัยโลกระบุว่ายาต้านไวรัสลดปริมาณเชื้อในร่างกาย ช่วยให้ผู้ติดเชื้อมีสุขภาพดีและใช้ชีวิตได้เต็มที่
ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำส่วนบุคคล การเริ่มและเลือกสูตรยาเป็นหน้าที่ของแพทย์
Acriptega มีตัวยาอะไร
เอกสารกำกับยาฉบับผู้ป่วยของแอฟริกาใต้ (SAHPRA ปรับปรุง 21 พฤศจิกายน 2024) ระบุว่า 1 เม็ดเคลือบฟิล์มมี lamivudine 300 มก. tenofovir disoproxil fumarate 300 มก. และ dolutegravir 50 มก. (ในรูป dolutegravir sodium)
เอกสารนี้เป็นฉบับของต่างประเทศ ข้อมูลของฉลากไทยอาจต่างกันได้ ให้ดูเอกสารกำกับยาในกล่องควบคู่กัน
รับประทานอย่างไร
ขนาดปกติตามเอกสารคือ 1 เม็ด วันละ 1 ครั้ง รับประทานพร้อมอาหารหรือไม่ก็ได้ ใช้ในผู้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไป
ให้ใช้ตามที่แพทย์สั่ง และควรรับประทานทุกวันอย่างสม่ำเสมอ ถ้าลืมกินให้กินทันทีที่นึกได้ ยกเว้นใกล้เวลาโดสถัดไปแล้ว ห้ามกินสองเท่าเพื่อชดเชย
ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่น และการรักษาควรเริ่มโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ดูแลผู้ติดเชื้อ HIV
หยุดยาเองได้ไหม
ไม่ได้ เอกสารระบุว่ายานี้ช่วยควบคุม HIV แต่ไม่ได้ทำให้หาย ต้องใช้ทุกวัน และห้ามหยุดยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อน
ถ้ามีอาการข้างเคียงหรือป่วยด้วยโรคอื่น ให้ติดต่อแพทย์ก่อนหยุดหรือเริ่มยาใหม่ เอกสารเตือนเพิ่มว่าผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีร่วมด้วยควรได้รับการติดตามใกล้ชิดเป็นเวลาหลายเดือนหลังหยุดยา
ต้องตรวจเลือดอะไรบ้าง
เอกสารระบุว่าแพทย์อาจสั่งตรวจเลือดดูการทำงานของไตก่อนเริ่มและระหว่างใช้ยา และไตอาจทำให้ต้องปรับความถี่ในการรับประทาน ห้ามลดขนาดเองถ้าแพทย์ไม่ได้สั่ง
ตัวยาอาจกระทบตับและทำให้เกิดภาวะกรดแลคติกในเลือด หากรู้สึกผิดปกติ เช่น เหนื่อยมากผิดปกติ หรืออาการของตับอักเสบ ให้แจ้งแพทย์ ตารางตรวจเลือดอื่น เช่น การตรวจปริมาณไวรัส แพทย์เป็นผู้กำหนด
ยาอะไรที่ตีกัน และผลข้างเคียงที่พบบ่อย
ตามเอกสาร ห้ามใช้ร่วมกับ dofetilide และ pilsicainide (ยาจังหวะหัวใจ), didanosine, adefovir และยาอื่นที่มี tenofovir, lamivudine, emtricitabine หรือ dolutegravir
ยาอื่นที่ต้องระวัง:
| ยา | ที่เอกสารระบุ |
|---|---|
| Rifampicin (ยาปฏิชีวนะ) | อาจลดระดับ dolutegravir ในเลือด |
| ยาลดกรด (antacid) | ควรรับประทานก่อน Acriptega 2 ชั่วโมง หรือหลัง 6 ชั่วโมง |
| แคลเซียม และธาตุเหล็กเสริม | ก่อน 2 ชั่วโมง หรือหลัง 6 ชั่วโมง หรือรับประทานพร้อมอาหาร |
| Metformin | อาจเปลี่ยนระดับยาในเลือด ให้แจ้งแพทย์ |
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยในเอกสาร ได้แก่ ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องส่วนบน ท้องเสีย ท้องอืด ผื่นและคัน
อาการแพ้รุนแรง เช่น บวมที่หน้า ริมฝีปาก ลิ้น คอ หายใจลำบาก ให้หยุดยาและไปโรงพยาบาลทันที
ยานี้ทำให้หายหรือป้องกันการแพร่เชื้อได้ไหม
เอกสารกำกับยาระบุว่า ยานี้ไม่ได้ทำให้หายจากเอชไอวี และไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อ และการใช้ยานี้อย่างเดียวไม่ได้รับรองว่าจะไม่แพร่เชื้อ ยังต้องใช้การป้องกันที่เหมาะสมต่อไป
องค์การอนามัยโลกระบุว่า ผู้ติดเชื้อที่ได้รับยาต้านไวรัสและตรวจไม่พบเชื้อในเลือด จะไม่แพร่เชื้อทางเพศสัมพันธ์ แต่การตรวจไม่พบเชื้อเป็นผลที่แพทย์ต้องยืนยันจากการตรวจเลือด และต้องกินยาสม่ำเสมอ จึงไม่ควรตัดสินเองว่าปลอดภัยแล้ว
ข้อควรระวังเรื่องการตั้งครรภ์: เอกสารระบุว่าไม่ควรใช้ยานี้ในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และควรตรวจการตั้งครรภ์ก่อนเริ่มในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ถ้าตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์ ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน อย่าหยุดยาเอง
เมื่อไรควรพบแพทย์หรือเภสัชกร
- ก่อนเริ่มยา เพื่อให้แพทย์เลือกสูตรและตรวจเลือด
- มีโรคไต โรคตับ ไวรัสตับอักเสบบี หรือใช้ยาอื่น อาหารเสริม ยาลดกรด
- ตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
- ลืมกินยาหลายวัน หรืออยากหยุดยาเพราะผลข้างเคียง ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- แพ้ยารุนแรง ตัวเหลือง ปวดท้องมาก หายใจเร็วหรือเหนื่อยผิดปกติ ให้ไปโรงพยาบาลทันที
ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา
เอกสารอ้างอิง
- ACRIPTEGA film-coated tablets: patient information leaflet (revised 21 November 2024)Viatris / SAHPRA (South Africa) · 2024
- HIV and AIDS fact sheetWorld Health Organization