ข้ามไปยังเนื้อหา
0ติดต่อเรา
สุขภาพทางเพศ

ทาดาลาฟิล (tadalafil) กับซิลเดนาฟิล (sildenafil): เทียบข้อมูลตามฉลาก

ทาดาลาฟิลกับซิลเดนาฟิลต่างกันอย่างไร ตามที่ฉลากระบุ

โดยทีม Rx Route7 ต.ค. 2569อ่าน 6 นาที

สรุปสั้น · อ่านแค่นี้ก็พอ

  • ทาดาลาฟิล (ตัวยาในซีอาลิส) และซิลเดนาฟิล (ตัวยาในไวอากร้า) เป็นยากลุ่ม PDE5 inhibitor เหมือนกัน
  • ทั้งสองตัวใช้ได้ไม่เกินวันละครั้ง และห้ามใช้ร่วมกับยากลุ่มไนเตรตและ riociguat
  • ไม่ควรใช้ทั้งสองตัวพร้อมกันหรือในวันเดียวกัน เพราะฉลากไม่ได้ศึกษาการใช้ร่วมกัน
  • แข็งตัวนานเกิน 4 ชั่วโมง หรือตามัว/หูไม่ได้ยินกะทันหัน ให้ไปพบแพทย์ทันที
ทาดาลาฟิลกับซิลเดนาฟิลคืออะไร และเหมือนกันตรงไหน

ทาดาลาฟิลเป็นตัวยาในซีอาลิส (Cialis) ส่วนซิลเดนาฟิลเป็นตัวยาในไวอากร้า (Viagra) ทั้งคู่อยู่ในกลุ่ม PDE5 inhibitor และฉลากสหรัฐฯ ระบุข้อบ่งใช้ข้อหนึ่งตรงกันคือภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศชาย (erectile dysfunction)

ยาทั้งสองตัวไม่ได้ทำให้เกิดการแข็งตัวเอง ต้องมีการกระตุ้นทางเพศร่วมด้วย บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปจากฉลาก ไม่ใช่คำแนะนำส่วนบุคคล

Apcalis-SX Oral Jelly 20 มก. ในร้านมีทาดาลาฟิลเป็นตัวยา ส่วน Sidegra 100 และ Malegra 100 มีซิลเดนาฟิล ขนาดยาที่เขียนในบทความนี้มาจากฉลากแบบเม็ด การใช้ผลิตภัณฑ์แต่ละตัวให้ตามเอกสารกำกับยาในกล่องของตัวนั้น

ขนาดยาและเวลารับประทานตามฉลากต่างกันอย่างไร
หัวข้อทาดาลาฟิล (ฉลาก Cialis)ซิลเดนาฟิล (ฉลาก Viagra)
ขนาดเริ่มต้นแบบรับประทานตามที่จำเป็น10 มก. ก่อนมีเพศสัมพันธ์50 มก. ประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนมีเพศสัมพันธ์
ปรับได้เพิ่มเป็น 20 มก. หรือลดเป็น 5 มก.เพิ่มเป็นสูงสุด 100 มก. หรือลดเป็น 25 มก.
ช่วงเวลาที่ฉลากระบุก่อนกิจกรรมทางเพศที่คาดไว้ (ไม่ระบุกี่ชั่วโมง)ตั้งแต่ 30 นาทีถึง 4 ชั่วโมงก่อน
ความถี่สูงสุดไม่เกินวันละครั้งไม่เกินวันละครั้ง

ฉลาก Cialis ยังมีขนาดสำหรับรับประทานทุกวัน (เริ่ม 2.5 มก.) ซึ่งเป็นแบบแผนอีกแบบหนึ่ง ฉลาก Viagra ไม่มีแบบนี้ ผู้ที่สนใจควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกร

ขนาดยาของ Apcalis-SX แบบเจลให้ยึดตามเอกสารกำกับยาในกล่อง ตัวเลข 20 มก. ที่เห็นมาจากขนาดสูงสุดของยาแบบเม็ดตามฉลากทาดาลาฟิล

ฉลากระบุเรื่องระยะเวลาออกฤทธิ์และอาหารไว้อย่างไร

ฉลาก Cialis ระบุว่า เมื่อรับประทานตามที่จำเป็น ยาแสดงผลต่อสมรรถภาพการแข็งตัวเมื่อเทียบกับยาหลอกได้นานถึง 36 ชั่วโมงหลังรับประทาน และค่าครึ่งชีวิตเฉลี่ยของยาในร่างกายคือ 17.5 ชั่วโมงในอาสาสมัครสุขภาพดี ตัวเลขนี้มาจากการศึกษาทางคลินิก ไม่ใช่คำรับรองว่าจะได้ผลเท่านั้นในทุกคน

ฉลาก Viagra ระบุค่าครึ่งชีวิตประมาณ 4 ชั่วโมง

เรื่องอาหาร ฉลาก Cialis ระบุว่ารับประทานโดยไม่ต้องคำนึงถึงอาหารได้ ส่วนฉลาก Viagra ระบุว่ารับประทานได้ทั้งพร้อมอาหารหรือไม่ แต่หากรับประทานหลังอาหารไขมันสูง การดูดซึมช้าลง ยาจึงออกฤทธิ์ช้ากว่าปกติได้

ใครห้ามใช้ทาดาลาฟิลหรือซิลเดนาฟิล

ข้อห้ามหลักของทั้งสองตัวตรงกัน:

  • ผู้ที่ใช้ยากลุ่มไนเตรต (organic nitrates) ในรูปแบบใดก็ตาม เช่น ยาอมใต้ลิ้นแก้เจ็บหน้าอก ฉลากระบุว่าห้ามใช้ เพราะความดันอาจตกลงมาก
  • ผู้ที่ใช้ riociguat (ยาในกลุ่ม guanylate cyclase stimulator)
  • ผู้ที่เคยแพ้ตัวยาหรือส่วนประกอบของยา

ฉลากทั้งสองยังเตือนให้ระวังเมื่อใช้ร่วมกับยากลุ่มต้านอัลฟาและยาลดความดัน เพราะความดันอาจต่ำลง ทาดาลาฟิลมีขนาดสูงสุดที่จำกัดเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับยาที่ยับยั้งเอนไซม์ CYP3A4 แรง เช่น ritonavir ส่วนซิลเดนาฟิลฉลากแนะนำให้เริ่มขนาดต่ำกว่าเมื่อใช้ร่วมกับยากลุ่มนี้ จึงควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งว่าใช้ยาอะไรอยู่

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยของแต่ละตัวมีอะไรบ้าง

ทั้งสองตัวมีอาการร่วมกันคือ ปวดศีรษะ ท้องอืดแน่นท้อง คัดจมูก และหน้าแดงร้อนวูบ ส่วนอาการที่ฉลากเน้นต่างกัน:

  • ทาดาลาฟิล: ปวดหลัง และปวดกล้ามเนื้อ (myalgia) ฉลากระบุว่ามักเกิดหลังรับประทาน 12 ถึง 24 ชั่วโมง และมักหายภายใน 48 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังพบปวดแขนขา
  • ซิลเดนาฟิล: หน้าแดงร้อนวูบ และการมองเห็นผิดปกติ เช่น เห็นสีเพี้ยนหรือตาพร่า รวมทั้งเวียนศีรษะ

อาการเหล่านี้ไม่ได้พบในทุกคน และความรุนแรงต่างกันได้ หากอาการรบกวนมาก ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ทำไมไม่ควรใช้ทาดาลาฟิลกับซิลเดนาฟิลพร้อมกันหรือในวันเดียวกัน

ทั้งสองตัวเป็นยากลุ่มเดียวกัน ฉลากทั้งสองฉบับมีหัวข้อเตือนเรื่องการใช้ร่วมกับยากลุ่ม PDE5 inhibitor ตัวอื่น โดยระบุว่ายังไม่ได้ศึกษาความปลอดภัยและประสิทธิผลของการใช้ร่วมกัน และไม่แนะนำ

เมื่อทาดาลาฟิลอยู่ในร่างกายได้นาน การรับประทานซิลเดนาฟิลในวันเดียวกันจึงเท่ากับมียากลุ่มเดียวกันสองตัวออกฤทธิ์พร้อมกัน ฉลากยังกำหนดให้ใช้ได้ไม่เกินวันละครั้ง ความเสี่ยง เช่น ความดันต่ำ และอาการแข็งตัวนานผิดปกติ อาจมากขึ้น หากสงสัยว่าควรเปลี่ยนจากตัวหนึ่งไปอีกตัว ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ไม่ควรลองเองโดยใช้สองตัวต่อกัน

อาการแบบไหนต้องไปพบแพทย์ทันที

คำเตือนเร่งด่วนของทั้งสองตัวเหมือนกัน:

  • แข็งตัวนานเกิน 4 ชั่วโมง หรือเจ็บปวดขณะแข็งตัว ถ้าไม่ได้รับการรักษาทันที เนื้อเยื่ออาจเสียหายถาวร
  • ตามัวหรือสูญเสียการมองเห็นกะทันหันในตาข้างใดข้างหนึ่ง ซึ่งฉลากระบุว่าอาจเป็นสัญญาณของ NAION
  • ได้ยินลดลงหรือสูญเสียการได้ยินกะทันหัน อาจมีเสียงในหูหรือเวียนศีรษะร่วมด้วย
  • เจ็บหน้าอก หรือหายใจไม่อิ่มมากขึ้น
  • อาการแพ้ เช่น ผื่น บวม หายใจลำบาก

กรณีเหล่านี้ให้ไปโรงพยาบาลทันที ไม่ต้องรอให้อาการหายเอง

ยาตัวไหนเหมาะกับตัวเรา

ฉลากเป็นข้อมูลทั่วไป ไม่สามารถบอกได้ว่ายาตัวไหนเหมาะกับแต่ละคน เพราะขึ้นกับโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และการตอบสนองของร่างกาย ควรถามแพทย์หรือเภสัชกร

เมื่อไรควรพบแพทย์หรือเภสัชกร
  • ก่อนเริ่มใช้ โดยเฉพาะถ้าใช้ยาแก้เจ็บหน้าอก ยาลดความดัน ยาต้านเชื้อรา หรือยา HIV
  • มีโรคหัวใจ ความดันต่ำ โรคตับ โรคไต หรือเคยมีปัญหาที่ตา
  • มีอาการข้างเคียงที่รบกวนมาก หรือไม่แน่ใจว่าควรเลือกตัวยาหรือความแรงใด
  • มีอาการในหัวข้อ "อาการแบบไหนต้องไปพบแพทย์ทันที" ให้ไปโรงพยาบาลทันที
GPO100 MG · เม็ดเคลือบฟิล์มยาในบทความนี้Sidegra 100 mg1 แผง 4 เม็ด
฿350 / แผงดูยา
SunriseRemediesยาในบทความนี้Malegra 1001 กล่อง 100 เม็ด
฿740 / กล่องดูยา

ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา

เอกสารอ้างอิง

ทาดาลาฟิล กับ ซิลเดนาฟิล ต่างกันอย่างไร ตามฉลาก